กลับ
เมนู

    คนไทยแข็งแรงได้ ในยุค 4.0

27-08-2019

         

 

          ปัจจุบันวิถีชีวิตของคนเราเปลี่ยนแปลงไปมาก โดยเฉพาะในยุค 4.0 หรือที่เรียกว่ายุคแห่งเทคโนโลยีที่มีเปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็วทำให้รูปแบบวิธีการทำงานและการดำเนินชีวิตแตกต่างไปจากอดีต บทบาทของการใช้งานสมาร์ทโฟนและอุปกรณ์สื่อสารเข้ามามีอิทธิพลต่อการใช้ชีวิตประจำวันโดยเฉพาะการทำงานที่คนสามารถทำงานได้จากทุกที่ทุกเวลาไม่เว้นวันหยุด

 

 

          จากผลงานวิจัยล่าสุดของบริษัท จีเอฟเค ประเทศไทย (GFK Thailand) บริษัทวิจัยข้อมูลเกี่ยวกับธุรกิจการตลาดและผู้บริโภค พบว่า ในหนึ่งสัปดาห์ พนักงานประจำในไทย ทำงานเฉลี่ยแล้วทั้งหมด 51 ชั่วโมง ถ้าเทียบไปค่าเฉลี่ยชั่วโมงการทำงานของพนักงานประจำทั่วโลก ที่อยู่ระดับ 36.3 ชั่วโมงเท่านั้น ซึ่งเป็นเหตุให้การพักผ่อนรวมถึงการดูแลสุขภาพเป็นเรื่องที่ยากและถูกละเลยไป จนในที่สุดอาจทำให้เกิดอาการต่างๆที่ส่งผลต่อสุขภาพ เช่น อ่อนเพลีย เหนื่อยง่าย ปวดหัว ปวดหลัง เครียด ภูมิแพ้ ประจำเดือนมาไม่ปกติ เป็นต้น โดยอาการต่างๆ เหล่านี้ถ้าหากละเลยเอาไว้นานก็จะยิ่งทำให้อาการทวีความรุนแรงมากขึ้น จนเกิดเป็นโรคภัยไข้เจ็บต่างๆได้

1. ออฟฟิศซินโดรม มักเกิดขึ้นกับคนที่ทำงานออฟฟิศ เนื่องจากลักษณะงานที่ต้องนั่งหน้าคอมพิวเตอร์เป็นเวลานาน นอกจากนี้ยังสามารถเกิดขึ้นกับเด็กๆที่ติดเกมคอมพิวเตอร์หรือสมาร์ทโฟนต่างๆ อาจส่งผลให้ให้เกิดโรคและอาการผิดปกติต่างๆ เช่น ระบบกล้ามเนื้อ การมองเห็น การย่อยอาหารและการดูดซึม 

 

 

2. นอนไม่หลับ อ่อนเพลียเวลากลางวัน เพราะด้วยภาระงานที่ทำในแต่ละวันมันมากมาย จนต้องเอากลับมาทำที่บ้านหรือจิตใจที่กังวลอยู่กับงานตลอดเวลา ส่งผลให้นอนไม่พอหรือนอนไม่หลับ ทำให้เวลากลางวันเกิดอาการอ่อนเพลีย และมีผลทำให้ประสิทธิภาพในการทำงานลดตามไปด้วย

3. โรคอ้วน การนั่งเป็นเวลานานติดต่อกันวันละหลายชั่วโมงนั้น ทำให้การเผาผลาญในร่างกายน้อยลง และเป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้อ้วนและปัญหาสุขภาพอื่น ๆ ตามมาอีกมากมาย อย่างเช่น โรคเบาหวาน โรคหัวใจและหลอดเลือด

            ด้วยความจำเป็น ทำให้ต้องทำงานอย่างหนักเพื่อที่จะหารายได้มาใช้จ่ายในครอบครัวหรือในชีวิตประจำวัน อาจจะไม่สามารถหลีกเลี่ยงพฤติกรรมเสี่ยงที่จะทำให้เกิดโรคต่าง ๆ ได้ แต่เราสามารถที่จะหันมาดูแลสุขภาพของเราให้ดีขึ้นได้

เคล็ดไม่ลับกับดูแลสุขภาพ

 

1. ยืดเส้นยืดสาย เพื่อให้ร่างกายได้เคลื่อนไหวมากที่สุด เช่น บิดขี้เกียจ ยกของ การขึ้นลงบันได เดินไปมาระหว่างการทำงาน จัดระเบียบโต๊ะทำงาน ออกไปสูดอากาศข้างนอก หรือเดินย่อยหลังมื้อเที่ยง เป็นต้น

2. ออกกำลังกาย ทำได้หลายวิธีแตกต่างกัน เช่น การเดินเร็ว ๆ การวิ่งเยาะ ๆ การเต้น การรำมวยจีน ไทเก็ก โยคะ เป็นต้น และควรคำนึงถึงอายุ สุขภาพ เพื่อให้ออกกำลังกายมีประโยชน์เหมาะกับร่างกายของเราที่สุด

3. จัดระเบียบชีวิต ควรลำดับความสำคัญของงาน แบ่งเวลาให้ชัดเจน เช่น เวลาทำงาน 1 ชั่วโมง ควรใช้สมอง 45 นาที แล้วพัก 10-15 นาที หรือเมื่อทำงาน 5 วัน ควรพัก 2 วัน ไม่ใช่ทำงานตลอดทั้ง 7 วัน

4. ลดการใช้สมาร์ทโฟนหรือโซเชียล เมื่อถึงเวลาพักผ่อนควรลดหรืองดโซเชียล หากกังวลอยู่กับการใช้โซเชียลมีเดียหรือเช็คอีเมลอยู่ตลอดเวลาก็จะทำให้เวลาพักผ่อนน้อยลง แถมจะทำให้เกิดความเครียดในเวลาพักผ่อนอีกด้วย

5. กินอาหารที่ดีต่อสุขภาพ

- อาหารที่มีสารต้านอนุมูลอิสระ อย่างผักผลไม้ ช่วยให้ร่างกายแข็งแรงและมีใยอาหาร ดีต่อระบบขับถ่าย

- กินปลา  เนื้อสัตว์ไม่ติดมัน  ไข่ และถั่ว เป็นประจำ ซึ่งเป็นโปรตีนที่มีประโยชน์เหมาะกับร่างกาย

 

- สมุนไพรต่างๆ เช่น หลิงจือ ถั่งเช่า โสม ซึ่งได้ชื่อว่าเป็นราชาสมุนไพรที่ใช้ในการดูแลสุขภาพ ช่วยให้ร่างกายแข็งแรง บำรุงสมอง เพิ่มกำลัง เพิ่มภูมิคุ้มกันในกับร่างกาย บำรุงเลือด เป็นต้น

            การขยันทำงานเป็นเรื่องที่ดี แต่สุขภาพก็ถือเป็นเรื่องสำคัญ เพราะถ้าวันนึงทำงานหนักจนสุขภาพย่ำแย่ เงินทั้งหมดที่หามาได้ก็คงหมดไปกับการรักษา ดังนั้นเมื่อทำงานอย่างเต็มที่แล้ว อย่าลืมดูแลสุขภาพร่างกายด้วย เพราะสุขภาพนั้นเป็นเรื่องที่สำคัญอย่างมากต่อการประสบความสำเร็จ